จัดทำโดย
นาย ผณินธร ประเสริฐศรี เลขทะเบียน 5001103083
เรื่อง กระทรวงการคลังเตรียมจ่ายงบไทยเข้มแข็ง 14,500 ล้านบาท ในเดือน ก.ย.52 นี้
กระทรวงการคลังเตรียมกดปุ่มอนุมัติงบไทยเข้มแข็งให้สถาบันการเงิน 14,500 ล้านบาท รอบแรก 21 ก.ย. 2552 นี้ 10,000 ล้านบาท และอีก 4,500 ล้านบาท 28 ก.ย. 2552 นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้เงินงบประมาณตามมาตรการไทยเข้มแข็งรอบแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 จะเริ่มเบิกจ่ายเข้าระบบได้ในสัปดาห์นี้ สำหรับสถาบันการเงินของรัฐ 5 แห่ง รวมจำนวน 14,500 ล้านบาท (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 2,000ล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 3,000 ล้านบาท ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 5,000 ล้านบาท บรรษัทอุตสาหกรรมขนาดย่อม 2,000 ล้านบาท ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 2,500 ล้านบาท)โดยเบิกจ่ายรอบแรกในวันที่ 21 กันยายน 2552 สำหรับสถาบันการเงิน 3 แห่ง จำนวน 10,000 ล้านบาท และวันที่ 28กันยายน 2552 อีก 4,500 ล้านบาท ซึ่งหน่วยงานที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจจะทำการ ขอเบิกเงินทางระบบ GFMIS ที่กรมบัญชีกลาง สำหรับงบไทยเข้มแข็งในปี 2553 ได้รับรายงานเบื้องต้นว่ามีการอนุมัติโครงการของกรมทางหลวง และเมื่อได้รับจัดสรรเงินงบประมาณก็พร้อมเบิกจ่ายได้เป็นกลุ่มแรก สำหรับโครงการอื่น ๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 วงเงิน 1.43 ล้านล้านบาท รัฐบาลจะทยอยอนุมัติโครงการลงทุนต่างๆและคาดการณ์ได้ว่างบก้อนแรก 2 แสนล้านบาท นั้น ส่วนใหญ่จะเป็น 4 กระทรวงหลักคิดเป็น 75% ของวงเงิน คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเจ้าของโครงการสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการต่อได้ทันที โดยมีเป้าหมายการเบิกจ่ายร้อยละ 90
นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับขั้นตอนวิธีการใช้จ่ายเงินนั้น หน่วยงานเจ้าของโครงการที่ได้งบประมาณ ต้องเปิดบัญชีเงินฝากคลังเฉพาะสำหรับงบไทยเข้มแข็งไว้กับธนาคารรัฐวิสาหกิจ และเบิกจ่ายเหมือนงบประมาณปกติผ่านระบบ GFMIS เพื่อสามารถติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินได้ และเมื่อ ครม.อนุมัติโครงการ/แผนงานและได้รับจัดสรรงบประมาณ ก็สามารถดำเนินงานตามแผนงานต่อไป ในขั้นตอนการดำเนินงานก็ได้มีการผ่อนคลายในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้าง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ เรื่องระยะเวลาการดำเนินการ Auction ไว้แล้ว โดยสามารถลดขั้นตอนและระยะเวลาจากเดิม 85 วัน เหลือเพียง 28 วันเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้เม็ดเงินเข้าไปหมุนระบบเศรษฐกิจได้ เร็วขึ้น เกิดการจ้างงานทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มเติม และจะมีกระบวนการติดตามการใช้จ่ายเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้งบประมาณดังกล่าวให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเป็นการใช้จ่ายจากเงินกู้”
ที่มา www.ryt9.com
คำถามท้ายเรื่อง
1.สำหรับงบไทยเข้มแข็งในปี 2553 เมื่อได้รับจัดสรรเงินงบประมาณก็พร้อมเบิกจ่ายให้กับ โครงการใดเป็นอันดับแรก
2.สำหรับโครงการอื่น ๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 รัฐบาลจะทยอยอนุมัติโครงการลงทุนต่างๆเป็น 4 กระทรวงหลักคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของวงเงิน
3.งบประมาณตามมาตรการไทยเข้มแข็งรอบแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 จะเริ่มเบิกจ่ายเข้าระบบได้ในสัปดาห์นี้ สำหรับสถาบันการเงินของรัฐ 5 แห่ง รวมจำนวนเท่าใด
วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
1.โครงการของกรมทางหลวง
ตอบลบ2.คิดเป็น 75% ของวงเงิน
3.จำนวน 14,500 ล้านบาท
น.ส.ทาริณี แซ่แง้ 5001103057
1.โครงการของกรมทางหลวง
ตอบลบ2.คิดเป็น 75% ของวงเงิน
3.จำนวน 14,500 ล้านบาท
น.ส.เจนจิรา แซ่แง้ 5001103056
1.โครงการของกรมทางหลวง
ตอบลบ2.คิดเป็น 75% ของวงเงิน
3.จำนวน 14,500 ล้านบาท
นาย วิทวัส เมฆะสุวรรณดิษฐ์ 5001103120
1.โครงการของกรมทางหลวง
ตอบลบ2.คิดเป็น 75% ของวงเงิน
3.จำนวน 14,500 ล้านบาท
นาย ฉัตรชัย จินตนามณีรัตน์ 5001103105