จัดทำโดย
นางสาว รัฐยา ชื่นสำโรง เลขทะเบียน 5001103069
เรื่อง สังคมเปลี่ยนไป SMEs จะปรับตัวอย่างไร
ภาครัฐของไต้หวันได้ให้ข้อแนะนำแก่ผู้ประกอบการ SMEs ของเขาในการปรับตัวในสถานการณ์ที่โครงสร้างของสังคมได้ปรับเปลี่ยนไป ซึ่งได้รายงานเอาไว้ในรายงานสถานการณ์ SMEs ปี 2007 เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการของบ้านเราเช่นกัน เพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปนั้นเกิดขึ้นในประเทศคู่ค้าสำคัญของบ้านเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา เป็นต้น จึงขอนำมาเล่าต่อ ว่าเขาแนะนำอะไรไว้บ้าง
รายงานที่จะนำมาพูดถึงครั้งนี้ชื่อว่า “SMEs in the M-shaped Society” เป็นการศึกษาปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างของสังคมที่ปรับเปลี่ยนไป ที่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไต้หวัน และยังได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยภายนอกที่บีบรัดเข้ามาร่วมด้วยอีกหลายกรณี อาทิ การตีบตันของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องมาจาก จำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้นมากในราวกลางศตวรรษที่ 21 นี้ ซึ่งจะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติขาดแคลนรุนแรงยิ่งขึ้น และอีกเรื่องหนึ่งคือ ปัญหา “คลื่นลูกที่สาม” หรือเศรษฐกิจองค์ความรู้ ที่ต้องพึ่งพาการวิจัยและพัฒนา เพื่อค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ มาสร้างศักยภาพการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
“M-shaped Society” หมายถึง โครงสร้างสังคมเมืองสมัยใหม่ ที่คนมีรายได้ระดับกลางเริ่มลดน้อยถอยลงมาก ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้อำนาจการซื้อของผู้คนตกต่ำลง จำนวนประชากรวัยทำงานลดลง จำนวนผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น ช่องว่างทางสังคมระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งห่างกันมากขึ้น ทำให้เกิดตลาดขึ้นมาสองด้าน คือ ด้านผู้มีรายได้น้อย กับด้านของผู้มีรายได้สูง
การศึกษาโครงสร้างใหม่ของสังคมนี้ เริ่มขึ้นโดยนักยุทธศาสตร์ทางธุรกิจชาวญี่ปุ่นชื่อ Mr.Kenichi Ohmae ภาครัฐของไต้หวันได้นำมาเป็นแบบในการศึกษาสภาพสังคมของไต้หวัน ซึ่งพบว่า สังคมไต้หวันก็ก้าวเข้าสู่สภาพ M-shape Society แล้วเช่นกัน และสภาพสังคมดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
จากการศึกษายังพบว่า ผู้คนในไต้หวันนอกจากมีความเป็นอยู่ฝืดเคืองแล้ว ยังทำให้คนส่วนใหญ่ยากจนลง การจ้างงานเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ปัจจุบัน สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะจ้างผู้เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยทำงานเป็นค่าจ้างรายชั่วโมง คนงานอื่น ๆ มีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยต่อไป เงินโบนัสก็หายากมากขึ้น เพราะเจ้าของกิจการต้องพยายามลดต้นทุนทุกอย่างที่พอจะทำได้ เนื่องจาก ต้นทุนในการผลิตสินค้าในไต้หวันสูงขึ้นมาก จากการรวบรวมข้อมูลของนิตยสาร Commonwealth พบว่า ผลการประกอบการของโรงงานขนาดใหญ่ในไต้หวันใน 10 ปีที่ผ่านมา มียอดขายเพิ่มขึ้นจริง แต่ผลกำไรกลับไม่เพิ่มตาม บางปีกลับตกต่ำลงกว่าเดิมก็มี ทั้งนี้เพราะต้นทุนในการประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในรายงานได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ SMEs ว่าจะสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้หรือไม่ ในสถานการณ์สังคมใหม่นี้ โดยได้แนะนำ การวางยุทธศาสตร์ทางการตลาดในสังคม M-shaped เอาไว้หลายประการด้วยกัน ลองติดตามศึกษากันดูก็แล้วกัน เพื่อจะเป็นแนวทางในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับผู้ประกอบการในบ้านเรา
ประการแรก เขาเตือนเอาไว้ว่า เรามีโลกอยู่เพียงใบเดียวนี้เท่านั้น ฉะนั้น การใช้สอยทรัพยากรธรรมชาติสมควรทำด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ด้วยสภาพจำกัดดังกล่าว ผู้ประกอบการ SMEs จะถูกกดดันให้ปรับปรุงขบวนการผลิตให้ประหยัดพลังงานมากที่สุด และสร้างผลผลิตที่ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนยุทธศาสตร์การตลาดนั้นต้อง มุ่งไปสู่ลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก เพราะพวกนี้นับวันแต่จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นและจะเป็นศูนย์กลางการกำหนดความต้องการสินค้าในตลาด
ส่วนคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้น นอกจากราคาไม่แพงแล้ว ยังต้องสร้างความรู้สึกให้กับผู้บริโภคว่า สินค้าของเราเป็นสินค้ามีระดับ มีความหรูหราสมราคา แต่จะมีอายุการใช้งานสั้นลงกว่าเดิมก็ไม่เป็นไร หากทำได้เช่นนี้ก็จะพบกับความสำเร็จได้
ประการที่สอง เป็นการวางยุทธศาสตร์ในตลาดผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีด้วยกัน ดังต่อไปนี้
1. เพิ่มมูลค่าเพิ่มในสินค้าแต่รักษาราคาให้ต่ำไว้ (Grow Value-added while Keeping Prices Low) ผู้ประกอบการสามารถใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างความรู้สึกที่ดีกับผู้บริโภค
2. สร้างสินค้าที่มีสมรรถภาพการใช้งานได้ดี จะดีกว่าสินค้าที่ใช้ได้ทนนาน (Practicality Rather than Durability) สร้างความดึงดูดใจสำหรับผู้มีรายได้น้อย ควรเพิ่มอรรถประโยชน์และฟังก์ชั่นการใช้งานในสินค้าให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้สินค้ามีคุณภาพสมเหตุสมผลมากขึ้น
3. เพิ่มช่องทางในการกระจายสินค้ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความสะดวกในการซื้อหาของผู้บริโภค
4. สร้างประสิทธิภาพในการใช้สอยให้กับสินค้า ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Making Effective Use of Information Technology)
ประการที่สาม ประชาคมโลกจะมีความรู้สึกร่วมในการพิทักษ์ปกป้องโลกจากการล่มสลาย กรณีปัญหาทรัพยากรธรรมชาติกำลังลดน้อยถอยลง พวกเขาจะรู้สึกภาคภูมิใจหากสามารถใช้สอยข้าวของที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ฉะนั้น ผู้ประกอบการ SMEs จะต้องเข้าใจความรู้สึกร่วมนี้ของลูกค้า และพยายามผลิตสินค้าออกมาแล้วให้ความรู้สึกว่าเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมให้มากที่สุด และอยู่ในความประหยัดในการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ
ประการที่สี่ ผู้ประกอบการและผู้บริหาร SMEs จะต้องยอมรับว่าสภาพทางธุรกิจในโลกปัจจุบันมีความพลิกผันและมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในศตวรรษที่ 21 นี้ ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างนวัตกรรม จะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา การป้องกันประเทศ โครงสร้างประชากร และวัฒนธรรม เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้พฤติกรรมและนิสัยใจคอของผู้บริโภคปรับเปลี่ยนไปด้วย ฉะนั้น บริษัทที่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องมุ่งเป้าสู่การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถือเป็นความท้าทายต่อความสามารถในการบริหารธุรกิจทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม ซึ่งอาจจะนำไปสู่ทั้งโอกาสและวิกฤติได้พอ ๆ กัน
ประการที่ห้า ต้องรักษาคุณภาพสินค้าให้เหมือนเดิมเอาไว้เสมอ ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และพึงคิดเสมอว่าจะต้องยืนอยู่บนขาของตนเองให้ได้ก่อน หากไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ความช่วยเหลือจากภายนอกก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทัน
ประการสุดท้าย หากต้องการประสบความสำเร็จในระยะยาวแล้วละก็ ผู้ประกอบการและผู้บริหาร SMEs จะต้องใช้ยุทธศาสตร์ที่ว่า “เติบโตอย่างช้า ๆ และก้าวเดินด้วยความระมัดระวัง” (Go Slow, be Cautious) ในสถานการณ์ที่ยากต่อการคาดการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำเช่นนี้ ผู้ประกอบการต้องใคร่ครวญอย่างรอบครอบก่อนเสมอ ใช้เหตุใช้ผลในการทำธุรกิจในทุกขั้นตอน จึงจะสามารถนำพาธุรกิจผ่าวิกฤตไปได้และพบกับความรุ่งเรืองในอนาคต
ที่มา www.google.com
คำถามท้ายเรื่อง
1. โครงสร้างสังคมที่ปรับเปลี่ยน มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการใด
2. การศึกษาโครงสร้างนี้เริ่มขึ้นโดยใคร
3. M-Shaped Society หมายถึงอะไร
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
1. ตอบที่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไต้หวัน
ตอบลบ2. ตอบนักยุทธศาสตร์ทางธุรกิจชาวญี่ปุ่นชื่อ Mr.Kenichi Ohmae
3. ตอบ“M-shaped Society” หมายถึง โครงสร้างสังคมเมืองสมัยใหม่ ที่คนมีรายได้ระดับกลางเริ่มลดน้อยถอยลงมาก ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้อำนาจการซื้อของผู้คนตกต่ำลง จำนวนประชากรวัยทำงานลดลง จำนวนผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น ช่องว่างทางสังคมระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งห่างกันมากขึ้น ทำให้เกิดตลาดขึ้นมาสองด้าน คือ ด้านผู้มีรายได้น้อย กับด้านของผู้มีรายได้สูง
น.ส.ทิพย์รญา เฟื่องชูนุช 5001103077 คณะบริหารธุรกิจ
สาขาการเงิน C1/2
1. กระทบต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไต้หวัน
ตอบลบ2. Mr.Kenichi Ohmae
3. หมายถึง โครงสร้างสังคมเมืองสมัยใหม่ ที่คนมีรายได้ระดับกลางเริ่มลดน้อยถอยลงมาก ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้อำนาจการซื้อของผู้คนตกต่ำลง จำนวนประชากรวัยทำงานลดลง จำนวนผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น ช่องว่างทางสังคมระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งห่างกันมากขึ้น ทำให้เกิดตลาดขึ้นมาสองด้าน คือ ด้านผู้มีรายได้น้อย กับด้านของผู้มีรายได้สูง
น.ส.นางสาว ปิ่นสุมา ช้างโรง 5001103167คณะบริหารธุรกิจ
สาขาการเงิน
1. มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไต้หวัน
ตอบลบ2. ชื่อ Mr.Kenichi Ohmae
3. “M-shaped Society” หมายถึง โครงสร้างสังคมเมืองสมัยใหม่ ที่คนมีรายได้ระดับกลางเริ่มลดน้อยถอยลงมาก ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้อำนาจการซื้อของผู้คนตกต่ำลง จำนวนประชากรวัยทำงานลดลง จำนวนผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น ช่องว่างทางสังคมระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งห่างกันมากขึ้น ทำให้เกิดตลาดขึ้นมาสองด้าน คือ ด้านผู้มีรายได้น้อย กับด้านของผู้มีรายได้สูง
นางสาว อรวี ลีรุ่งนาวารัตน์5001103117คณะบริหารธุรกิจ
สาขาการเงิน C1/2